Soft launch · กำลังรับ feedback ก่อนเปิดดีลแรก
Cluster · รวมคำถาม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องขายฝากที่ดิน
ตอบครบ 20 ข้อ

เผยแพร่: 22 สิงหาคม 2569 · อ่าน 10 นาที · โดย ทีม PhuTrust

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทีม PhuTrust ตอบคำถามเรื่องขายฝากที่ดินผ่าน Line มาแล้วหลายร้อยครั้ง — และพบว่าคำถามส่วนใหญ่ วนอยู่แค่ 20 ข้อนี้

บทความนี้จึงรวบรวมคำตอบทั้งหมดไว้ในที่เดียว เรียงจากพื้นฐานไปจนถึงเรื่องความเสี่ยง — อ่านผ่านทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือกดข้ามไปหัวข้อที่สนใจได้เลย

แบ่งเป็น 5 หมวด

หมวดที่ 1 — พื้นฐานที่ต้องรู้

1

ขายฝากที่ดิน คืออะไรกันแน่?

ขายฝากคือการขายที่ดินโดยมีข้อตกลงว่าจะซื้อคืนได้ภายในเวลาที่กำหนด กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันทีที่จดทะเบียน แต่ผู้ขายฝากยังมี "สิทธิไถ่" ที่กฎหมายคุ้มครองไว้ เมื่อนำเงินต้นพร้อมผลประโยชน์ตอบแทนไปไถ่ถอนตามกำหนด กรรมสิทธิ์จะกลับคืนมาเหมือนเดิม อ่านฉบับเต็มได้ที่ ขายฝากที่ดิน คืออะไร

2

ขายฝากต่างจากจำนองอย่างไร?

จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือกรรมสิทธิ์ — จำนองที่ดินยังเป็นชื่อเจ้าของเดิม เจ้าหนี้ได้แค่สิทธิยึดหลักประกัน ส่วนขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ไปเลยชั่วคราว ผลคือขายฝากได้วงเงินสูงกว่าและอนุมัติเร็วกว่า แต่ก็เสี่ยงกว่าเพราะถ้าไม่ไถ่ถอนตามกำหนด ที่ดินหลุดทันทีโดยไม่ต้องฟ้องบังคับคดี

3

ขายฝากที่ดินผิดกฎหมายไหม?

ไม่ผิด ขายฝากเป็นสัญญาที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมี พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 คุ้มครองเพิ่มอีกชั้น สิ่งที่ผิดกฎหมายคือการทำสัญญานอกระบบที่ไม่จดทะเบียนกรมที่ดิน หรือคิดดอกเบี้ยเกินเพดาน

4

ขายฝากที่ดินแล้วยังใช้ที่ดินต่อได้ไหม?

ได้ หากตกลงกันไว้ในสัญญา แม้กรรมสิทธิ์จะโอนไปชั่วคราว แต่ในทางปฏิบัติผู้ขายฝากส่วนใหญ่ยังอยู่อาศัยหรือทำเกษตรบนที่ดินต่อได้ตลอดอายุสัญญา — โดยเฉพาะกรณีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยซึ่งกฎหมายปี 2562 คุ้มครองสิทธิครอบครองไว้ให้ ควรระบุเงื่อนไขนี้เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจดทะเบียนเสมอ

หมวดที่ 2 — วงเงิน ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย

5

ขายฝากได้เงินกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน?

โดยทั่วไปอยู่ที่ 40–70% ของราคาประเมิน ที่ดินติดถนนใหญ่ในทำเลเมืองอาจได้ถึง 60–70% ส่วนที่ดินตาบอด ที่ดินห่างไกล หรือที่ดินที่ขายต่อยาก มักได้ราว 40–50% เพราะผู้รับซื้อฝากต้องเผื่อความเสี่ยงในการขายทอดตลาด ดูวิธีคำนวณที่ ขายฝากที่ดินได้วงเงินเท่าไหร่

6

ดอกเบี้ยคิดสูงสุดเท่าไหร่?

กฎหมายกำหนดเพดานไว้ ไม่เกิน 15% ต่อปี หรือประมาณ 1.25% ต่อเดือน ในทางปฏิบัติดีลส่วนใหญ่อยู่ที่ 12–15% ต่อปี ถ้าเจอผู้เสนอดอกเบี้ยเกินนี้ ให้ถือเป็นสัญญาณอันตรายทันที รายละเอียดครบที่ ขายฝากที่ดินดอกเบี้ยเท่าไหร่

7

ค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดินมีอะไรบ้าง?

หลักๆ คือ ค่าจดทะเบียน 2% ของราคาประเมิน และ อากรแสตมป์ 0.5% ของวงเงินขายฝาก บวกกับภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% เฉพาะกรณีถือครองไม่ถึง 5 ปี และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามจำนวนปีที่ถือครอง ปกติผู้ขายฝากเป็นผู้ออก แต่ตกลงแบ่งกับผู้รับซื้อฝากได้

8

ต้องจ่ายอะไรล่วงหน้าก่อนได้ดีลไหม?

ไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งสิ้น การประเมินวงเงินและการจับคู่นักลงทุนควรฟรี ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกิดขึ้น ณ วันจดทะเบียนที่กรมที่ดินเท่านั้น ใครก็ตามที่เรียก "ค่ามัดจำ" "ค่าเปิดเรื่อง" หรือ "ค่าดำเนินการ" ก่อนได้ดีล ให้ตัดจบทันที นี่คือรูปแบบหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด

9

จ่ายดอกเบี้ยแบบไหนได้บ้าง?

มี 3 รูปแบบหลัก — รายเดือน (นิยมที่สุด ภาระต่อเดือนคงที่), รายไตรมาส และ รวมจ่ายทีเดียวตอนไถ่ถอน แบบสุดท้ายเหมาะกับคนที่รู้ว่าจะมีเงินก้อนเข้ามาแน่นอน แต่ต้องเตรียมยอดรวมไว้ให้พอ เพราะดอกเบี้ยสะสมทั้งงวดจะบวกเข้ากับเงินต้น

ตารางสรุปตัวเลขสำคัญ

รายการ ตัวเลขมาตรฐาน หมายเหตุ
วงเงินที่ได้ (LTV) 40–70% ของราคาประเมินกรมที่ดิน
ดอกเบี้ยสูงสุด 15% ต่อปี เพดานตามกฎหมาย
ค่าจดทะเบียน 2% ของราคาประเมิน
อากรแสตมป์ 0.5% ของวงเงินขายฝาก
ระยะเวลาสัญญา 1 เดือน – 10 ปี นิยม 1 ปี ต่อสัญญาได้
เวลาที่ใช้ทั้งกระบวนการ 3–7 วัน วันจดทะเบียนจบภายในวันเดียว

หมวดที่ 3 — เอกสารและขั้นตอน

10

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ชุดพื้นฐานคือ บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้าน (ตัวจริงพร้อมสำเนาอย่างละ 2 ใบ), โฉนดที่ดินตัวจริง, ใบเสร็จภาษีที่ดินปีล่าสุด และหากสมรสแล้วต้องมีทะเบียนสมรสพร้อมหนังสือยินยอมคู่สมรส ดู checklist เต็มที่ เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับขายฝาก

11

ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลากี่วัน?

ปกติ 3–7 วันนับจากตกลงเงื่อนไข โดยแบ่งเป็นประเมินราคา 1 วัน ตกลงเงื่อนไขและเตรียมเอกสาร 1–3 วัน และวันจดทะเบียนที่กรมที่ดินซึ่งใช้เวลาเพียง 2–4 ชั่วโมงแล้วรับเงินในวันเดียวกัน อ่านทีละขั้นได้ที่ ขั้นตอนการขายฝากที่ดิน

12

ทำสัญญาที่บ้านหรือที่สำนักงานทนายได้ไหม?

ไม่ได้เด็ดขาด สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่กรมที่ดินเท่านั้น มิฉะนั้นสัญญาเป็นโมฆะ ถ้ามีใครชวนเซ็นสัญญานอกสถานที่แล้วบอกว่า "ค่อยไปจดทีหลัง" ให้ปฏิเสธทันที

13

น.ส.3 หรือที่ดินที่ไม่มีโฉนด ทำได้ไหม?

น.ส.3 และ น.ส.3 ก. ทำขายฝากได้ เพราะเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่จดทะเบียนนิติกรรมได้ แต่วงเงินมักต่ำกว่าโฉนด (น.ส.4 จ.) ราว 10–20% เพราะขายต่อยากกว่า ส่วนเอกสารประเภท ส.ป.ก. หรือภ.บ.ท.5 ทำขายฝากไม่ได้ ดูรายละเอียดที่ ขายฝากที่ดิน น.ส.3 ได้ไหม

ยังมีคำถามที่ไม่มีในลิสต์นี้?

ทักมาถามทีม PhuTrust ได้เลย ตอบฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมประเมินวงเงินเบื้องต้นให้ภายใน 1 วันทำการ

หมวดที่ 4 — ระยะเวลาและการไถ่ถอน

14

สัญญาขายฝากทำได้นานสุดกี่ปี?

อสังหาริมทรัพย์กำหนดได้ ไม่เกิน 10 ปี ส่วนกรณีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยตาม พ.ร.บ. ปี 2562 กำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 1 ปี เพื่อป้องกันการทำสัญญาสั้นเกินไปจนผู้ขายฝากหาเงินไถ่ถอนไม่ทัน ในทางปฏิบัติดีลส่วนใหญ่ทำที่ 1 ปีแล้วต่อสัญญาเป็นรอบๆ

15

ต่อสัญญาหรือขยายเวลาได้ไหม?

ได้ ถ้าผู้รับซื้อฝากยินยอม โดยต้องทำก่อนวันครบกำหนดและไปจดทะเบียนขยายกำหนดเวลาไถ่ที่กรมที่ดินให้เรียบร้อย ห้ามตกลงกันปากเปล่า เพราะถ้าเลยกำหนดไปแล้วแม้แต่วันเดียว กรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที ทั้งนี้รวมทุกครั้งที่ขยายแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี

16

ไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ไหม เสียค่าปรับหรือเปล่า?

ไถ่ก่อนกำหนดได้เสมอ เป็นสิทธิของผู้ขายฝาก ส่วนเรื่องค่าปรับขึ้นอยู่กับข้อตกลง — ดีลส่วนใหญ่ไม่มีค่าปรับ แต่บางรายกำหนด "ดอกเบี้ยขั้นต่ำ" เช่น 3–6 เดือน ควรถามให้ชัดและระบุในสัญญาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะถ้าคุณวางแผนจะรีไฟแนนซ์เข้าธนาคารในไม่กี่เดือน

17

ต้องเตรียมเงินไถ่ถอนเท่าไหร่?

ยอดไถ่ถอน = เงินต้น + ผลประโยชน์ตอบแทน (ดอกเบี้ย) ที่ค้างอยู่ บวกค่าธรรมเนียมจดทะเบียนไถ่ถอนอีกเล็กน้อย ตัวอย่าง: ขายฝาก 1 ล้าน ดอกเบี้ย 15% ต่อปี จ่ายดอกรายเดือนครบทุกงวด ยอดไถ่คือ 1 ล้านบาทถ้วน แต่ถ้าไม่เคยจ่ายดอกเลย ต้องเตรียม 1.15 ล้าน ดูวิธีคำนวณละเอียดที่ เตรียมเงินไถ่ถอนเท่าไหร่

หมวดที่ 5 — ความเสี่ยงและข้อควรระวัง

18

ถ้าไม่มีเงินไถ่ถอนตอนครบกำหนดจะเป็นอย่างไร?

นี่คือความเสี่ยงที่แท้จริงของขายฝาก — กรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ทันที ไม่ต้องฟ้องบังคับคดี ไม่มีการขายทอดตลาดเพื่อคืนส่วนต่าง ทางออกต้องทำก่อนถึงกำหนด: ขอขยายสัญญาล่วงหน้า 1–2 เดือน หาผู้รับซื้อฝากรายใหม่มารีไฟแนนซ์ หรือขายที่ดินในตลาดปกติแล้วนำเงินมาไถ่

19

ต้องเช็คเครดิตบูโรหรือมีสลิปเงินเดือนไหม?

ไม่ต้องทั้งคู่ ขายฝากพิจารณาจากมูลค่าที่ดินเป็นหลัก ไม่ดูประวัติเครดิต ไม่ต้องมีรายได้ประจำ ไม่ต้องมีผู้ค้ำ นี่คือเหตุผลที่คนติดบูโรหรืออาชีพอิสระเลือกทางนี้ — แต่ก็แลกมากับดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคาร เทียบข้อดีข้อเสียได้ที่ ขายฝากที่ดิน vs กู้ธนาคาร

20

สัญญาณอันตรายที่ต้องถอยทันทีมีอะไรบ้าง?

จำ 5 ข้อนี้ไว้ — (1) เรียกเก็บเงินล่วงหน้าก่อนได้ดีล (2) เลี่ยงหรือผัดผ่อนการจดทะเบียนที่กรมที่ดิน (3) ให้เซ็นเอกสารเปล่าหรือหนังสือมอบอำนาจแบบไม่กรอกข้อมูล (4) เร่งรัดให้ตัดสินใจภายในวันนี้ (5) ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนผู้รับซื้อฝากตัวจริง เจอข้อใดข้อหนึ่งให้หยุดทันที

สรุปสั้นที่สุด: ขายฝากที่ดินเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ถูกกฎหมายและเร็วมาก แต่ไม่ให้อภัยเรื่องกำหนดเวลา — ก่อนเซ็น ต้องรู้ให้ชัดว่าเงินไถ่ถอนจะมาจากไหน ถ้ายังตอบคำถามนี้ไม่ได้ อย่าเพิ่งทำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขายฝากที่ดินได้เงินกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน?
โดยทั่วไปได้วงเงินประมาณ 40–70% ของราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับทำเล สภาพที่ดิน ความสะดวกในการเข้าถึง และประเภทเอกสารสิทธิ์ ที่ดินติดถนนใหญ่ในทำเลเมืองมักได้ LTV สูงกว่าที่ดินตาบอดหรืออยู่ห่างไกล
ดอกเบี้ยขายฝากที่ดินคิดสูงสุดเท่าไหร่?
กฎหมายกำหนดเพดานดอกเบี้ยขายฝากไว้ ไม่เกิน 15% ต่อปี หรือประมาณ 1.25% ต่อเดือน หากมีผู้เสนอดอกเบี้ยสูงกว่านี้ถือว่าผิดกฎหมาย และอัตราดอกเบี้ยต้องถูกระบุไว้ในสัญญาที่จดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ไม่ใช่ตกลงกันปากเปล่า
ขายฝากที่ดินแล้วยังใช้ที่ดินต่อได้ไหม?
ได้ หากตกลงกันไว้ในสัญญา แม้กรรมสิทธิ์จะโอนไปยังผู้รับซื้อฝากชั่วคราว แต่ในทางปฏิบัติผู้ขายฝากมักยังอยู่อาศัยหรือทำกินบนที่ดินต่อได้ตลอดอายุสัญญา โดยเฉพาะที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ควรระบุเงื่อนไขนี้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนก่อนจดทะเบียน
ถ้าไม่มีเงินไถ่ถอนตอนครบกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น?
หากไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดและไม่ได้ขอขยายเวลา กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ทันที ทางออกคือแจ้งขอขยายสัญญาล่วงหน้า 1–2 เดือน หาผู้รับซื้อฝากรายใหม่มารีไฟแนนซ์ หรือขายที่ดินในตลาดปกติแล้วนำเงินมาไถ่ถอน — ทุกทางต้องเริ่มก่อนถึงวันครบกำหนดเสมอ
ขายฝากที่ดินต้องเช็คเครดิตบูโรไหม?
ไม่ต้อง ขายฝากพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์คือที่ดินเป็นหลัก ไม่ได้ดูประวัติเครดิตหรือสลิปเงินเดือน จึงเป็นทางเลือกของผู้ที่ติดเครดิตบูโรหรือไม่มีรายได้ประจำ แต่ก็แลกมากับดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อธนาคาร จึงควรวางแผนไถ่ถอนให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก

บทความที่เกี่ยวข้อง